Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
 
:
:
   
 

ยังไม่ได้ลงทะเบียน?
 

Blog เล่าเรื่องคนทำความดี

พบเห็นคนทำความดีที่ไหน เชิญสมาชิกมาเรื่องกันที่นี่ เพื่อให้ความดีไม่สิ้นสูญจากแผ่นดินของเราเพื่อเป็นกำลังใจให้คนดีเหล่านั้น ผู้ที่ท่านเล่าถึงอาจได้คัดเลือกเข้าสู่เวทีคนทำดี เพื่อให้เพื่อนสมาชิกร่วมกันโหวต แล้วรับรางวัลจากกรมการศาสนาเพื่อเป็นกำลังใจให้คนทำดี และจะได้จารึกชื่อเข้าสู่ตำนานคนดีเพื่อเชิดชูเกีรยติยศและเป็นแบบอย่างกระตุ้นเตือนการทำความดีไม่ให้หมดจากสังคมไทย

พบเห็นคนทำความดีที่ไหน เชิญสมาชิกมาเรื่องกันที่นี่ เพื่อให้ความดีไม่สิ้นสูญจากแผ่นดินของเราเพื่อเป็นกำลังใจให้คนดีเหล่านั้น ผู้ที่ท่านเล่าถึงอาจได้คัดเลือกเข้าสู่เวทีคนทำดี เพื่อให้เพื่อนสมาชิกร่วมกันโหวต แล้วรับรางวัลจากกรมการศาสนาเพื่อเป็นกำลังใจให้คนทำดี และจะได้จารึกชื่อเข้าสู่ตำนานคนดีเพื่อเชิดชูเกีรยติยศและเป็นแบบอย่างกระตุ้นเตือนการทำความดีไม่ให้หมดจากสังคมไทย



ประวัติ ปู่เย็น แก้วมะณี ปู่ เย็นเกิดเมื่อปีฉลู พ.ศ. 2443 ที่จังหวัดเพชรบุรี เป็นบุตรของนายสุขและนางชม แก้วมะณี นับถือศาสนาอิสลาม มีที่อยู่ตามทะเบียนราษฎรเลขที่ 274/4 ถนนมาตยาวงศ์ ตำบลท่าราบ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ท่านมีภรรยา 1 คนชื่อ นางเอิบ แก้วมะณี เป็นชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นับถือศาสนาพุทธ ทั้งสองอยู่ด้วยกันโดยไม่เปลี่ยนศาสนาและไม่มีบุตรธิดาเพราะปู่เย็นเป็นหมัน แต่ก็มีลูกสาวบุญธรรม 2 คน

ในสมัยหนุ่มๆ ปู่เย็นมีอาชีพรับจ้างเลี้ยงวัว เมื่อแก่ชราจึงอาศัยอยู่กับลูกสาวบุญธรรมคนหนึ่งและภรรยา จนกระทั่งเมื่อย่าเอิบผู้เป็นภรรยาเสียชีวิตในวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2536 ปู่เย็นรู้สึกเสียใจมากร้องไห้นานถึง 3 เดือน หลังจากนั้นจึงตัดสินใจย้ายไปอาศัยอยู่ในเรือที่เชิงสะพานลำไยในแม่น้ำ เพชรบุรี ดำรงชีวิตด้วยการดักอวนหาปลา ถ้าเหลือกินก็จะขายให้ในราคาถูก แต่ถ้าใครเอาเงินให้ปู่เย็นฟรีๆ ท่านจะไม่รับและรู้สึกโกรธ เพราะอุปนิสัยของปู่เย็นคือไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร มีแต่ความสงสารและเกรงใจคนอื่นๆ

 


 

 

 

 

 

ปรากฏในสื่อ

สะพานลำใย หน้าวัดมหาธาตุ จังหวัด เพชรบุรี
สถานที่ปู่เย็น
จอดเรืออยู่เป็นประจำ

ปู่เย็นเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศเมื่อรายการ "คนค้นฅน" ซึ่งเป็นรายการสารคดีโทรทัศน์ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี นำเรื่องราวของท่านออกเผยแพร่ในชื่อตอน "ปู่เย็น เฒ่าทระนง" ออกอากาศเมื่อคืนวันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 และอีก 2 ตอนต่อมา และได้รับความนิยมจากผู้ชมทั่วประเทศ กระแสความนิยมปู่เย็นก็เกิดขึ้นจากคติการใช้ชีวิตซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ความเรียบง่าย ความพอเพียง และความอารมณ์ดีของตัวปู่เย็นเอง กระทั่งมีการเรียกร้องให้นำเอาเทปรายการดังกล่าวมาออกอากาศอีกครั้ง


จาก การที่กระแสความนิยมของปู่เย็นเกิดขึ้นทั่วประเทศนี่เอง ชื่อของปู่เย็นจึงได้กลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของแม่น้ำเพชรบุรีและ จังหวัดเพชรบุรีไปโดยปริยาย และมีคนมาเยี่ยมเยียนท่านอยู่เสมอ และต่อมาก็ปู่เย็นได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถโดยการรับพระราชทานเรือลำใหม่ซึ่งทำด้วยไฟ เบอร์กลาส เพื่อใช้แทนเรือเหล็กลำเดิมที่อยู่ในสภาพทรุดโทรม เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2548 ซึ่งปู่เย็นได้อาศัยในเรือลำนี้มาตลอดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

อย่าง ไรก็ตาม แม้ปู่เย็นจะเป็นคนดังไปทั่วทั้งประเทศแล้ว แต่ปู่เย็นก็ยังคงใช้ชีวิตตามวิถีเดิมของท่านต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง ระยะหลังชื่อของปู่เย็นค่อยๆ เงียบหายไปตามกาลเวลา แต่มีข่าวคราวบ้างเป็นครั้งคราวเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยต่างๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น ล่าสุดคือเกิดเหตุเรือของปู่เย็นล่มในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2551 จากพายุฝน ต้องส่งเรือไปซ่อมที่วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรี อยุธยา และได้มีการมอบเรือให้ปู่เย็นหลังซ่อมแซมเรียบร้อยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ปีเดียวกัน อนึ่ง จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีจึงได้สั่งการให้มีคณะพยาบาลคอยตรวจสุขภาพปู่ เย็นเป็นประจำทุกวัน วันละ 2 ครั้ง

วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2551 คณะพยาบาลที่มาตรวจอาการปู่เย็นเป็นประจำได้มาหาปู่เย็นเพื่อตรวจสุขภาพของ ปู่เย็นตามปกติ แต่เกิดผิดสังเกตที่ไม่มีเสียงขานรับจากปู่เย็นจึงได้ลงไปที่เรือและพบว่า ปู่เย็นนอนหมดสติไม่รู้สึกตัว คณะพยาบาลจึงได้รีบนำตัวปู่เย็นส่งโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเพื่อทำการช่วยชีวิต แต่ที่สุดปู่เย็นก็เสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. เนื่องจากภาวะหัวใจล้มเหลว ขณะที่ปู่เย็นมีอายุได้ 108 ปี ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถได้พระราชทานเงินช่วยเหลืองานศพของปู่เย็น ผ่านทางจังหวัดจำนวน 200,000 บาท โดยร่างของปู่เย็นได้มีการทำพิธีฝังศพที่กุโบร์ (สุสาน) ของมัสยิดกลางจังหวัดเพชรบุรี ตำบลท่าแร้ง อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

 


คำ คมของปู่เย็น

ดู แต่หอยซิ ไม่มีมือไม่มีตีนมันยังหากินเองได้
ประสาอะไรกับ คนมีมือมีเท้า หากินเองไม่ได้ก็อายหอย


ขายอย่า ให้แพง คนเขาจะได้กินลง
ฉัน ขาย [ปลาที่ปู่เย็นหาได้] ถูกๆ เอาไปเถอะ ซื้อไปแกงให้พอหม้อ


กินฟรีได้ แต่ไม่อยากกิน เกรงใจ ไม่เอา อาย
ของเขาซื้อเขาขาย ไหนต้องตัก ไหนต้องล้าง


มี ก็กิน ไม่มีก็ไม่กิน ไม่ขอใคร คนเราอดตาย หายาก ถ้าไม่เจ็บไม่ไข้

 

ชีวิตคนก็เหมือนสะพาน มีขึ้น มีลง มีสูง มีต่ำ พอสุดท้าย ก็ตาย

 

ขอขอบพระคุณ : http://saodoyja.blogspot.com/2010/06/blog-po[video:http://www.youtube.com/watch#!v=RYpueGJPfYI&feature=related 100x100][video:http://www.youtube.com/watch#!v=RYpueGJPfYI&feature=related 100x100]t_07.html


ไข่ พระอาทิตย์


ไข่พระอาทิตย์ สูตรพระราชทาน

 

 

ส่วนผสม


วัน มาฆบูชา  หรือ วันจาตุรงคสันนิบาต

วันมาฆบูชา หรือ วันจาตุรงคสันนิบาต เป็นวัน สำคัญทางพระพุทธศาสนา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ กลางเดือน 3 หรือประมาณราวเดือนกุมภาพันธ์ แต่หากเป็นปีอธิกมาส (ปีที่มีเดือน 8 สองหน) วันมาฆบูชาจะเลื่อนไปเป็น วันขึ้น 15 ค่ำกลางเดือน 4 หรือประมาณเดือนมีนาคม สำหรับปีนี้ วันมาฆบูชา ตรงกับวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2553

 

       ปกติเวลาดอยไป จะนำอาหารขึ้นไปถวายกุฏินะคะ(ไม่ทราบว่าจะเรียกถูกต้องหรือเปล่าเป็นเหมือนบ้านอะคะ) แต่วันนี้คนเยอะมากๆ  พระท่านก็เลยมารับและบิณฑบาตรด้านล่างตามที่จัดไว้ แล้วนำไปฉันท์บนกุฏิ   จากนั้นญาติโยมก็รับประทานอาหารที่เหลือนั้น ...ดูภาพบรรยากาศกันค่ะ ^^


วันนี้(16 ม.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สถานีวิทยุ สวพ.91 นางสาวลาลีซ่า ฟาราโนโซว่า อายุ 48 ปี ชาวรัสเซีย เดินทางรับมอบกระเป๋าซึ่งภายในมีเงินสดสกุลต่างๆ รวมมูลค่าประมาณ 50,000 บาท ที่ทำหล่นบนรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง ทะเบียน มค-8599 กทม. จากนายสมบูรณ์ เสนาเหลา อายุ 45 ปี คนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าว โดยมีน.ส.ไจตนย์ ศรีวังพล รองกรรมการผู้จัดการสถานีวิทยุสวพ. 91 เป็นสักขีพยานทั้งนี้ เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา นายสมบูรณ์ เสนาเหลา อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่แท็กซี่สีเขียว-เหลือง ทะเบียน มค-8599 กทม.ได้โทรศัพท์มาแจ้งกับทางสวพ.เอฟเอ็ม 91 ว่าได้เก็บกระเป๋าเงินของผู้โดยสารชาวรัสเซียได้ ซึ่งนายสมบูรณ์ได้แจ้งว่ามีเงินดอลล่าร์อยู่เป็นจำนวนมากในกระเป๋า จึงรีบนำมามอบให้กับทางสวพ.เพื่อให้ช่วยติดตามหาเจ้าของ จากการตรวจสอบทรัพย์สิน ภายในกระเป๋าพบมีเงินธนบัตรฉบับละ100 ดอลล่าร์ จำนวน 9 ใบ ธนบัตรไทยและรัสเซียจำนวนหนึ่ง รวมมูลค่าประมาณ 50,000 บาท

นางสาวไจตนย์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลการรับแจ้งของหายของสวพ.เอฟเอ็ม 91 พบว่าในช่วงเวลา 20.00 น.วันเดียวกัน มีข้อมูลระบุว่า นางสาวลาลีซ่า นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ได้โดยสารแท็กซี่จากถนนรัชดาภิเษก ซอย 10 ไปลงที่ธนาคารกรุงเทพสำนักงานใหญ่สีลม พร้อมกับแจ้งว่าได้ทำกระเป๋าหล่นในแท็กซี่ โดยบอกว่าภายในกระเป๋ามีเงินจำนวนมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ของสวพ.ตรวจสอบข้อมูลพบว่า ข้อมูลรายการทรัพย์สินตรงกันจึงได้มีการนัดหมายให้นักท่องเที่ยวรายนี้มารับ กระเป๋าเงินคืน ที่สำนักงานสวพ.โดยมี พ.ต.ต.นภสินธุ์ ภูมี สว.จร.สน.พหลโยธิน ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายสมบูรณ์ แท็กซี่พลเมืองดี กล่าวว่า ตอนแรกที่เห็นกระเป๋าเงิน หล่นอยู่เบาะด้านซ้ายข้างคนขับด้านหน้า ตนจึงได้เปิดกระเป๋าดูและพบเงินจำนวนมาก ตนจึงคิดว่ายังไงต้องนำเงินนี้ส่งคืนเจ้าของให้ได้ เพราะรู้สึกสงสารเจ้าของเงิน และก็ภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือคนที่กำลังลำบาก ถึงตนเองจะยากจนก็ไม่คิดจะเก็บเงินนี้มาเป็นของตน และตนเชื่อว่าความชื่อสัตย์และความดี จะช่วยเกื้อหนุนให้ชีวิตพบแต่สิ่งดี ทั้งนี้อยากเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก เพื่อนร่วมอาชีพและคนอื่นๆ และในฐานะเจ้าบ้าน ที่ดี ที่ให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยว

ด้านนางลาลีซ่า กล่าวว่า ตนทำงานทำงานอยู่บริษัทท่องเที่ยว แถวเขตหลักสี่ และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทย และพรุ่งนี้ตนมีกำหนดการที่จะไปเที่ยวที่ภูเก็ต และจะเดินทางกลับรัสเซียในวันที่ 23 ม.ค. ต้องขอขอบคุณแท็กซี่พลเมืองดี ที่มอบเงินคืนให้กับตน


test

โพสโดย: smpc digital ใน คนดีที่พบเห็น เมื่อ

smpc digital

 
9 วิธีทำดีได้บุญแบบไม่เสียเงิน

๑. ตื่นเช้าขึ้นมาก็คิดแต่สิ่งดีๆ ทันทีที่ตื่นนอน หากเราคิดถึงแต่สิ่งที่ดีที่งาม ก็จะทำให้จิตใจเราสดชื่นกระตือรือร้นพร้อมที่จะรับมือกับชีวิตประจำวันด้วย ความรื่นเริง ไม่หงุดหงิด โมโห แค่นี้ นอกจากเราจะมีความสุขแล้วคนรอบข้างเราก็มีความสุขไปด้วยถือว่าเป็นการทำบุญ อย่างหนึ่ง

๒. ยิ้มแย้มแจ่มใส ในแต่ละวัน หากเราจะรู้จักยิ้มแย้มแจ่มใสไม่ว่าจะยิ้มกับคนรู้จักหรือไม่รู้จักก็ตาม หน้าตาของเราก็จะดูเป็นมิตร ทำให้คนอยากเข้าใกล้ถ้าเราเป็นพ่อแม่ ยิ้มกับลูกก่อนไปทำงาน ลูกก็ดีใจ ลูกยิ้มกับพ่อแม่ๆก็สบายใจว่าต่างคนต่างไม่มีเรื่องเดือนร้อนใจแน่ หรือหากมีก็กล้าจะมาปรึกษาหารือ หรือหากเป็นเจ้านายยิ้มกับลูกน้องๆก็รู้ว่าวันนี้นายอารมณ์ดีทำให้ทำงานด้วย ความมั่นใจไม่ต้องระแวงว่าจะถูกเรียกไปต่อว่าและถ้าเรียกก็ดูน่าจะมีเมตตา กว่าเวลาที่นายทำหน้ายักษ์

๓. ทักทาย โอปราศรัย คนบางคน นอกจากจะไม่ยิ้มกับใครแล้ว ยังชอบทำหน้าบึ้งตึงไม่คิดจะพูดจาทักทายใครด้วยซึ่งถ้าเกิดทำงานด้านบริการ คนมาติดต่อคงรู้สึกเกร็งและกังวลตลอดว่าจะถูกเอ็ดตะโรเมื่อไรก็ไม่รู้ดัง นั้น นอกจากยิ้มแย้มแจ่มใสแล้วเราก็ควรจะเอื้อนเอ่ยวาจาทักทายผู้มารับบริการก่อน การทักทายปราศรัยกับผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นผู้มาขอรับบริการเพื่อนฝูงคนรู้จัก ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาหรือแม้แต่คนที่มาทำงานให้เรา เช่น แม่บ้าน ยาม ฯลฯจะทำให้เขารู้สึกเป็นมิตร และอบอุ่นใจ ทำให้บรรยากาศในที่นั้นๆดีขึ้น

๔. แบ่งปันน้ำใจไมตรี สามารถทำได้ทุกที่และทุกเวลา เช่น ช่วยพ่อแม่จัดโต๊ะอาหาร ล้างถ้วยชาม ลุกให้เด็กผู้หญิงท้อง หรือคนแก่นั่ง ช่วยถือของหนักให้คนในรถเมล์หยุดรถให้คนข้ามถนนหรือรถอื่นไปก่อนช่วยแบ่งเบา ภาระงานให้เพื่อนในที่ทำงาน เป็นต้นการให้ความช่วยเหลือเช่นนี้เป็นการทำบุญด้วยการลดความเห็นแก่ตัวของ เราลงและทำให้เราได้รับมิตรไมตรีสนองตอบกลับมาด้วย

๕. ปลุกปลอบให้กำลังใจช่วยแก้ไขปัญหาหลายๆ ครั้งที่เพื่อนฝูงญาติมิตรอาจประสบปัญหาชีวิตและเกิดความทุกข์ใจแสนสาหัส สิ่งที่ดีที่สุดคือความเป็นมิตรและถ้อยคำที่ปลุกปลอบให้กำลังใจคำพูดดีๆที่ มาจากใจจะทำให้ผู้ที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์รู้สึกดีขึ้นและมีพลังที่ต่อสู้ชีวิต ต่อไปได้


การเทศน์มหาชาติ เทศน์มหาชาติ คือ เทศนาเวสสันดรชาดก เป็นบุญพิธีที่นิยมจัดให้มีกันมาแต่โบราณ ส่วนมากจัดให้มีในวัดเป็นหน้าที่ของชาวบ้านและวัดนั้น ๆ จะตกลงร่วมกันจัด ปกตินิยมให้มีหลังฤดูทอดกฐิน ผ่านไปแล้วจนตลอดฤดูเหมันต์ นิยมจัดเป็นงานสองวัน คือ วันเทศน์เวสสันดรชาดกทั้ง ๑๓ กัณฑ์วันหนึ่ง และวันเทศน์จตุราริยสัจจกถา ท้ายเวสสันดรชาดกอีกวันหนึ่ง

วัน แรกเริ่มงานด้วยพิธีทำบุญตักบาตรพระทั้งวัด หรือเลี้ยงพระตามจำนวนที่เห็นสมควร แล้วเริ่มเทศน์เวสสันดรชาดก ตามแบบเทศน์ต่อกันไปจนสุด ๑๓ กัณฑ์ ถึงเวลากลางคืนบางแห่งจัดปีพาทย์ประโคมระหว่างกัณฑ์หนึ่ง ๆ ตลอดทั้ง ๑๓ กัณฑ์ด้วย

วัน รุ่งขึ้น ทำบุญเลี้ยงพระอีกแล้วมีเทศน์ จตุราริยสัจจกถาในระหว่างเพลจบแล้วเลี้ยงพระเพลเป็นอันเสร็จพิธี

 


เดือนแรกของปีแรกผ่านพ้นมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ใครวางแผนปรับปรุงคุณภาพชีวิตทั้งกายและใจอย่างไร มีโอกาสลงมือทำให้เป็นจริงบ้างหรือยัง อย่ามัวผัดวันประกันพรุ่ง มาเริ่มต้นทำสิ่งดีๆ เป็นมงคลแก่ชีวิตกันเถอะพวกเรา ลองดูวิธีที่เตรียมมาให้เหล่านี้ว่า ง่ายพอที่จะลองดูไหม

 

 กราบพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่
พระที่ประเสริฐที่สุดในชีวิตของแต่ละคนอาจมีความแตกต่างกันบ้าง หลายคนให้เวลากับการกราบไหว้บูชา หรือพยายามครอบครองวัตถุมงคล เพื่อหวังให้ชีวิตเจริญก้าวหน้า และประสบความสำเร็จ แต่ลืมมองไปว่า ทุกคนมีพระประจำตัวอยู่แล้ว นั่นก็คือบุพการี คนที่เป็นพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด และเลี้ยงดูเรามาจนเติบโตเป็นผู้เป็นคนได้นั่นเอง

ดังนั้น กราบไหว้บูชาพ่อแม่ตนเองเสียก่อน เมื่อถึงโอกาสสำคัญ เช่น วันเกิด วันครบรอบแต่งงานของท่าน วันขึ้นปีใหม่ วันสงกรานต์ วันพ่อ วันแม่ หรือวันเกิดของเราเอง ก็ไปกราบไหว้ขอพรพ่อแม่เสีย ใครไม่มีพ่อแม่แล้ว จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม กราบรูปภาพแทน ทำบุญตักบาตรถวายสังฆทานอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน เพื่อให้ท่านมีความสุขต่อไปในภพหน้า เป็นอีกวิธีที่พุทธศาสนิกชนนิยมปฏิบัติเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวมาช้านาน แล้ว

 
 

ตื่นเช้าใส่บาตร
ตั้งแต่เรียนจบ หลายคนที่ทำงานอิสระไม่จำเป็นต้องเข้างานแต่เช้า หรืองานบังคับให้ต้องกลับบ้านดึก เมื่อต้องพักผ่อนให้พอเพียง จึงเป็นเหตุให้นอนตื่นสายเป็นกิจวัตร อย่างไรก็ตาม ลองจัดเวลาตื่นแต่เช้าขึ้นมาใส่บาตร ว่ากันว่า หากประกอบอาหารด้วยตัวเอง จะได้บุญมาก หวังว่าคงยังไม่ลืมวิธีหุงข้าว เวลาข้าวสุก เปิดฝาออกมา ได้กลิ่นหอมอบอวล ตลอดจนการตระเตรียมสิ่งต่างๆ การได้ทำสิ่งที่ดีให้แก่ผู้อื่น เป็นความรู้สึกที่ดี ทำให้คิดถึงแต่สิ่งที่ดีเป็นมงคล ทำให้ใจงาม สงบ ผ่องใสไปโดยธรรมชาติ

นี่ยังไม่รวมบรรยากาศ ตื่นเช้าจะได้ฟังเสียงนกร้อง บ้านใครต้นไม้เยอะๆ อากาศจะสดชื่นเป็นพิเศษ เมื่อได้พบภาพพระภิกษุห่มจีวรสีเหลืองอร่ามเดินเรียงรายมารับการบิณฑบาต ได้ทั้งความงาม เป็นชีวิตที่งาม และแช่มชื่นผ่องใส พร้อมกับความรู้สึกที่ตั้งมั่นในการประกอบคุณงามความดี ไม่เบียดเบียนผู้อื่นต่อไป หรือหากพบอุปสรรค วันหนึ่งจะเกิดความคลี่คลาย และพบกับสิ่งที่ดี ซึ่งเป็นแนวทางที่พุทธศาสนิกชนที่ดีปฏิบัติมาช้านานแล้วเช่นกัน


เป็นคนดี
เคยสนทนากับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง แล้วถามเอาความเพื่อความกระจ่างว่า “คนดี” นั้นเป็นอย่างไร เพื่อจะตรวจสอบดูว่าตนเองนั้นเข้าข่ายเป็นคนดีกับเขาหรือไม่ ก็ได้คำตอบสั้นๆ ง่ายๆ ว่า “คิดดี ทำดี พูดดี” ตรวจสอบจาก 3 ประการนี้ก็จะได้ทราบความจริง

“คิดดี” ก็คิดแต่สิ่งดีๆ เป็นมงคล ไม่คิดร้ายต่อตนเอง และผู้อื่น

“ทำดี” ก็ทำแต่สิ่งที่ดี ไม่ทำสิ่งชั่ว ถือศีล 5 เป็นการเริ่มต้นก็ได้

“พูดดี” ก็พูดถึงแต่สิ่งดีๆ ไม่พูดให้ร้ายผู้อื่น ไม่พูดหยาบคายจนเกินไป พูดเล่นๆ ก็ได้ แต่พองาม พอให้สนุกขำๆ

ยังมีคติของฝรั่งคนหนึ่งด้วยที่ได้อ่านเจอมาในหนังสือ และจดจำเอาไว้ เพราะเห็นว่าเข้าท่าดี เขาบอกว่า “จงดำเนินชีวิตในแบบที่คุณอยากให้ลูกคุณเป็น” อะไรทำนองนี้ หมายความว่า ถ้าเรามีลูก เราอยากให้ลูกเราเป็นแบบไหน อยากให้เป็นคนดีอย่างไร เราก็ทำอย่างนั้นเสียเอง เป็นแบบอย่างให้ลูก อีกทั้งยังเป็นความภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นพ่อแม่คนแล้ว สามารถประพฤติตนได้เป็นคนดีให้ลูกรู้สึกภูมิใจในตัวเรา

หรือหากไม่มีโอกาสมีลูก การเป็นคนดีของพ่อแม่ก็เป็นความภูมิใจแก่ตัวเอง และพ่อแม่ ทำให้พ่อแม่มีความสุขสวัสดีในบั้นปลายชีวิต

ทำความสะอาดกาย-ใจ
เชื่อไหมว่า “บ้านสะอาด ใจสะอาด” หลายคนอาจไม่มีโอกาสทราบเลยว่า สองสิ่งนี้เกี่ยวโยงกันจริงๆ บ้านที่รกรุงรัง ขาดระเบียบ สกปรก ดูแล้วไม่เจริญหูเจริญตา บ่งบอกสภาวะจิตใจในช่วงเวลานั้นว่า กำลังยุ่งเหยิงวุ่นวาย คิดไม่ตก แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไรดี ขอแนะนำให้ตั้งสติให้มั่น พยายามหาทางหลุดไปจากสภาพแวดล้อมนี้ให้ได้ การได้ปลีกตัวเองไปจากความยุ่งเหยิง จะทำให้ใจสงบ มีสมาธิไตร่ตรองสิ่งต่างๆ เมื่อสติมาปัญญาจะเกิดเอง

นอกจากนี้ ปฏิบัติตาม 3 ข้อข้างบนให้เป็นนิสัย รวมการสวดมนต์ก่อนนอน และฝึกหายใจให้ถูกวิธีเข้าไปด้วย ซึ่งจะกล่าวถึงในข้อต่อไป สิ่งเหล่านี้ แม้จะไม่ใช่การแก้ปัญหาโดยตรง แต่ก็เป็นทางอ้อม ทำให้รู้ตัวเองว่าเรามีจิตใจที่งาม พร้อมกับมีศรัทธาในสิ่งที่งาม























                 

         การบริจาคเลือด เป็นทานที่ถือว่า สร้างกุศลสูงสุด เพราะเลือดแต่ละหยดของเรา สามารถช่วยเหลือชีวิตของเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ 

        ผมเป็นคนกลัวเข็ม  อย่างมาก ถ้าเรียกเป็นภาษาชาวบ้าน ก็ต้องตรงกับคำว่า ''ปอด'' นั้นเอง    ผมได้เห็นภาพของคนมาบริจาคเลือดที่โรงเรียน ตั้งแต่ผม อายุ 13 ปี   เพื่อนๆภายในห้องของผมในตอนนั้นอยากจะบริจาคเลือดกันทั้งนั้น แต่ ปัญหามีอยู่ว่า เพื่อนของผม อายุยังไม่ครบ กำหนด  ผมก็ได้พึ่งบุญวาสนา ที่ในตอนนั้นอายุของผมก็ยังไม่ถึงเช่นกัน  เลยไม่มีใครรู้ว่าผม  กลัวเข็ม      แล้วคุณเชื่อใหมว่าความลับไม่มีในโลก       ก็เหมือนกับความลับของผมที่ได้ถูกเปิดเผยจากเพื่อนสนิท  ผมอายมากเพราะเพื่อนภายได้ห้อง ได้ล้อผมว่า เป็นผู้ชายอะไรถึงได้กลัวเข็ม ไม่เห็นจะแมนเลย  ผมก็ได้แก้สถานการณ์ไปว่า ผมไม่ได้กลัวเข็มหรอก    แต่อายุยังไม่ถึงแล้วจะบริจาคได้อย่างไรแต่เมื่ออายุผมถึงผมก็จะบริจาคเลือดเหมือนกันเพราะเป็นการสร้างบุญกุศล ในระหว่างที่ผมพูดอยู่นั้น ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากหลอก เพราะ ผมนับอายุของผมแล้วว่าตอนที่อายุของผมสามารถบริจาคเลือดได้นั้น เพื่อนของผมก็แยกย้ายกันไปเรียนที่ อื่นกันหมดแล้ว เพราะในการเรียน เมื่อ นักเรียนจบ มัธยมศึกษาปีที่ 3  ก็ต้องต่อ มัธยมศึกษาปีที่ 4

ซึ่งผมมั่นใจว่า เพื่อนของผมคงจะไม่ต่อโรงเรียนเดิมเป็นอันแน่ แต่ความคิดของผมผิดกับความเป็นจริงอยากมาก เพราะ เพื่อนเก่าๆของผมตัดสินใจที่จะเรียนโรงเรียนเดิม มากกว่าครึ่ง  ผมเลยเครียดไประยะหนึ่ง ว่า จะถึงเวลาที่ผมจะต้องบริจาคเลือดแล้วหรือ      เมื่อความเครียดของผมยังไม่ทันผ่านไปนานเลย  ก็เป็นวันที่ สภากาชาด มารับ การบริจากเลือดจากนักเรียนภายในโรงเรียน ผมก็ต้องเป็นคนหนึ่งที่จะต้องบริจาคเลือด เหมือนกัน เพราะได้สัญญากับเพื่อนไว้แล้วว่าจะต้องบริจาคเลือด    แต่เมื่อผมได้บริจาคเลือดครั้งแรก ผมคิดว่ามันไม่เจ็บอย่างที่คิด ผมเลยตัดสินใจว่า จะบริจาคเลือด ครั้งที่ 2 และ ครั้งที่ 3 หรือหรือตลอดไป

ในคณะนี้ผมได้บริจาคเลือดไปแล้ว 3 ครั้ง เมื่อผมได้ไปบริจาคเลือดทุกครั้งผมรู้สึกถึงการอิ่มบุญ ที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์  ผมได้คิดย้อนไปถึงตอนที่ผมถูกเพื่อรภายในห้องล้อเลียน ถ้าเพื่อนของผมไม่ล้อเลียน ผมก็คงจะไม่กล้าบริจาคเลือด


                 ข้าพเจ้า นาย อรรถวิท ตุลยกุล นักเรียน โรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา

       คุณเชื่อใหมว่า บางครั้งค่าตอบแทนความดี คือ ความสุขใจและอยากที่จะทำความดีนั้นต่อไป  ถ้าคุณคิดว่าข้อความนี้เป็นจริงแสดงว่าคุณคิดอย่างที่ผมคิด

         คุณเคยไปข้องเกี่ยวกับสถานสงเคราะห์เด็กตามที่ต่างๆ บ้างใหม

          คุณเคยคิดว่าสภาพสิ่งแวดล้อมในสถานสงเคราะห์เด็กเป็นเช่นไร

               ในความคิดของผม เมื่อผมยังไม่ได้ไปสัมผัสบรรยากาศของสถานสงเคราะห์


<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 ถัดไป > สุดท้าย >>
Home เล่าเรื่องคนทำดี